
The future is in the details
iPhone 4 มีจุดเริ่มต้นจากทีมนักออกแบบและวิศวกร
ที่สะสมประสบการณ์ในการออกแบบและสร้างสรรค์มานานถึง 3 ปีเต็ม
เพื่อสร้างนิยามใหม่ ให้สมกับเป็นผลงานชิ้นเอกที่กระแสทั่วโลกต่างรอคอย
ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น และรูปลักษณ์ดีไซน์สวยสะดุดตา
บางเพียง 9.3 มิลลิเมตร iPhone 4 จึงเป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก

Engineered Glass
เทคโนโลยีอันล้ำสมัยทั้งหมดของ iPhone 4 ถูกบรรจุอยู่ระหว่างแผ่นแก้ว อลูมิโนซิลิเกต (aluminosilicate glass) สองแผ่น ซึ่งเป็นแก้วชนิดเดียวกัน กับที่ใช้ในกระจกหน้าของเฮลิคอปเตอร์ และรถไฟความเร็วสูง โดยแก้วชนิดนี้ผ่านกระบวนการทางเคมี ทำให้มีความเหนียวเป็น 20 เท่า และแข็งแกร่งเป็น 30 เท่าของพลาสติค ส่งผลให้มีความคงทน และกันรอยขีดข่วนได้มากกว่าเคย ทั้งยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้อีกด้วย

Stainless Steel band
ขอบ CNC-machined ของ iPhone 4 ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น จากอัลลอยทีทาง Apple ผลิตขึ้นมาเอง จากนั้นจึงผ่านกระบวนการหลอม เพื่อให้มีความแข็งแกร่งที่สูงกว่ามาตรฐานของโลหะทั่วไปถึง 5 เท่า ขอบดังกล่าวถือเป็นเป็นองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจากทำหน้าที่ เป็นฐานให้กับชิ้นส่วนทุกชิ้นของ iPhone 4 ดังนั้น ขอบที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทำให้ได้โครงสร้างของเครื่องที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันก็บางและเบา ทำให้ได้ดีไซน์ที่สวยงาม นอกจากนี้ มันยังทำหน้าที่เป็นเสาอากาศของ iPhone 4 ด้วย

Gyro + Accelerometer
iPhone 4 ยังมีจุดเด่นอยู่ที่ไจโรสโคปแบบ 3 แกน (three-axis gyroscope) เพราะเมื่อนำมาจับคู่กับเทคโนโลยีจับการเคลื่อนที่ (accelerometer) ทำให้ iPhone4 สามารถจับการเคลื่อนไหวในระดับสูงได้ อาทิ user acceleration, 3D attitude เต็มรูปแบบ และ rotation rate นั่นหมายความว่า สามารถจับการเคลื่อนไหว ได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งยังถูกต้องแม่นยำ จึงช่วยยกระดับประสบการณ์ ในการเล่นเกมส์ไปอีกขั้นหนึ่ง

Mic + Speaker
ในขณะที่โทรศัพท์ทั่วไปมีไมโครโฟนเพียงตัวเดียว iPhone 4 มีไมโครโฟนถึงสองตัว โดยไมค์ฯหลักจะติดตั้ง อยู่บริเวณด้านล่างใกล้กับที่เสียบสายชาร์จ ซึ่งมีไว้สำหรับการคุยโทรศัพท์ voice commands และ memos สำหรับไมค์ตัวที่สองนั้น ติดตั้งไว้บริเวณด้านบนใกล้กับที่เสียบเฮดโฟน สำหรับการคุยโทรศัพท์แบบ FaceTime และเพื่อให้การคุยโทรศัพท์ของคุณเป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น มันจะทำงานร่วมกับไมค์ฯหลักเพื่อตัดเสียงรบกวนต่างๆที่คุณไม่ต้องการ เช่น เพลง และเสียงพูดคุยดังๆ เทคโนโลยีการควบคุมเสียงรบกวน ด้วยไมค์คู่เช่นนี้จะช่วยให้การสนทนาของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่น ปราศจากเสียงดังรบกวน

Retina Display
หน้าจอ backlit LCD ความละเอียด 960x640 มีจุดเด่นอยู่ที่ ความหนาแน่นของพิกเซลที่ 326 พิกเซลต่อนิ้ว ทำให้ iPhone 4 เป็นโทรศัพท์ที่มีหน้าจอที่มีความละเอียดสูงสุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อให้ได้ผลงานสุดประทับใจดังกล่าว นักวิศวกรของ Apple ได้พัฒนาพิกเซลให้มีขนาดเล็กที่สุด โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 78 ไมโครเมตรเท่านั้น จนทำให้ดวงตาของมนุษย์ ไม่สามารถแยกพิกเซลแต่ละเม็ดได้ นี่ทำให้ข้อความบนหน้าจอที่คมกริบ และภาพกราฟิกดูมีชีวิตชีวาสมจริง เทคโนโลยี IPS ยังช่วยให้ได้สี และค่าความเข้มที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่ว่าจะมองจากมุมใด

Apple A4 Processor
นักวิศวกรของ Apple ออกแบบชิพ A4 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เป็น mobile processor ที่ทรงพลังทั้งในแง่ของการใช้งาน และการใช้แบ็ตเตอรี่ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น iPhone 4 จึงสามารถทำงานที่มีความสลับซับซ้อน อาทิ multitasking ตัดต่อวีดิโอ และคุยโทรศัพท์แบบ FaceTime ได้อย่างง่าย โดยไม่ใช้แบ็ตเตอรี่ มากเกินความจำเป็น

Camera + LED
iPhone 4 สามารถใช้ถ่ายภาพที่สวยงามน่าประทับใจถ่ายกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลและวีดิโอในแบบ HD และด้วยเทคโนโลยี advanced backside illumination sensor อันล้ำสมัย จึงทำให้สามารถถ่ายภาพที่สวยสมจริง ได้แม้ในสภาพที่แสงไม่พอ แฟลช LED ในตัวเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะในขณะที่กำลังถ่ายวีดิโอนั้น คุณสามารถเปิดแฟลชให้ทำงาน อยู่ได่ตลอดเพื่อเพิ่มความสว่าง และด้านหน้าของเครื่อง iPhone 4 ยังติดตั้งกล้องอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับการคุยโทรศัพท์แบบ FaceTime รวมถึงการถ่ายภาพแบบ self-portrait ด้วย

Multi-Touch
ด้วยหน้าจอ Multi-Touch ขนาดใหญ่ เสริมด้วยซอฟต์แวร์อันทันสมัย จึงทำให้คุณสามารถควบคุมทุกการทำงานบนเครื่อง iPhone ได้เพียงนิ้วสัมผัส
เทคโนโลยีดังกล่าวทำงานได้อย่างไรหรือ?
แถบที่ซ้อนอยู่บนแผ่นแก้ว จะสามารถตรวจจับการสัมผัสของคุณ โดยใช้สัญญาณไฟฟ้า มันสามารถรับสัมผัสหลายสัมผัสได้ในเวลาเดียวกัน เพื่อรองรับการสั่งงานที่สลับซับซ้อน เช่น บีบนิ้วเข้าหากันเพื่อซูม การสัมผัสด้วยสองนิ้ว และอื่นๆอีกมากมาย จากนั้น แถบดังกล่าวจะส่งข้อมูลไปยัง Retina Display ด้านล่าง